ความรู้ทั่วไปเกี่ยวกับคอม

อันนี้แยกส่วนมาให้เบี่ง

  • มีแมม
  • ฮาตดีด
  • เมนบอด
  • กาดเสียง
  • กาดสี
  • ชีพียู
  • และเคื่องหลี้นชีดีลอม

บ่อนใส่แต่ละอัน

  1. บันหาสำคัน
  • คอมมักมีบันหาทางด้านละบบสอพแว60เปีเชน
  • และอีก40เปีเชนแม่นมาจากฮาดแว
  • ปัญหา : เปิดคอมพิวเตอร์ไม่ได้
    แก้ไข
  • ตรวจดูให้แน่ใจว่าสายไฟนั้นเสียบอยู่ที่เต้าเสียบไปบนฝาผนัง และไฟ AC บนฝาผนังที่ลงสายกราวนด์ของคอมพิวเตอร์อย่างแน่นหนา
  • ตรวจสอบว่าปุ่ม เปิดเครื่องด่วน นั้นสว่างอยู่ และมีไฟสีเหลืองอำพัน ถ้าเป็นเช่นนั้น ให้กดปุ่มดังกล่าวเพื่อออกจากโหมด Sleep
  • ปัญหา : ข้อความแสดงการผิดพลาดเกี่ยวกับดิสก์ที่ไม่สามารถบูตได้
    แก้ไข
  •  นำแผ่นดิสเก็ตต์ออกจากไดรฟ์เมื่อไฟแสดงสถานะบนไดรฟ์ดับ แลว้ทำต่อๆ ไป โดยการกดคีย์ใด ๆ
    บนแป้นพิมพ์
  • ปัญหา : การทำงานของฮาร์ดไดรฟ์ช้าลง
    แก้ไข
  • ตรวจสอบส่วนของข้อมูลที่หายไปโดยการรันโปรแกรม Disk Defragmenter เพื่อที่จะรันโปรแกรม Disk Defragmenter จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ ให้ คลิกที่ปุ่ม Start แล้วชี้ไปที่ Programs จากนั้นชี้ไปที่ Accessories และชี้ไปที่ System Tools ท้ายสุดให้คลิกที่ Disk Defragmenter
  • ปัญหา : ไฟแสดงการทำงานของฮาร์ดไดรฟ์สว่างแต่ไม่กระพริบ
    แก้ไข
  • ตรวจสอบส่วนของข้อมูลที่หายไปโดยการรันโปรแกรม Disk Defragmenter และเพื่อที่จะรันโปรแกรม Disk Defragmenter6 จากเดสก์ทอปของวินโดวส์ ให้คลิกที่ปุ่ม Start แล้วชี้ไปที่ Programs จากนั้นชี้ไปที่ Accessories และชี้ไปที่ System Tools ท้ายสุดให้คลิกที่ Disk Defragmenter
  • ปัญหา : อักษรต่าง ๆ ที่ปรากฏบนหน้าจอมืดมัว
    แก้ไข
  • ปรับตัวควบคุมความสว่างที่อยู่บนหน้าจอ
  • ปัญหา : หน้าจอว่างเปล่า
    สาเหตุ : สายเคเบิลที่ต่อเชื่อมจอภาพเข้ากับ คอมพิวเตอร์นั้นหลวมยังหรือไม่ได้เสียบสายจอภาพ
    การแก้ปัญหา : เสียบสายไป และตรวจดูให้แน่ใจว่าช่องเสียบจอภาพนั้นเชื่อมต่ออยู่กับ คอมพิวเตอร์อย่างเหมาะสมและแน่นพอ
  •  กดคีย์ใด ๆ หรือเคลื่อนไหวเมาส์ หน้าจอปัจจุบันจะปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
  • กดปุ่ม เปิดเครื่องด่วน หน้าจอปัจจุบันจะปรากฏขึ้นอีกครั้งหนึ่ง
  • ปัญหา : จอภาพร้อนเกินไป
    สาเหตุ : พื้นที่สำหรับระบายอากาศไม่เพียงพอให้อากาศถ่ายเทได้สะดวก
    การแก้ปัญหา : เว้นพื้นที่ให้มีข้องระบายอากาศอย่างน้อย 3 นิ้ว (7.6 ซม.) ตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มี อะไรปิดอยู่ด้านบนของจอภาพที่ขัดขวางการหมุนเวียนของอากาศ

ปัญหา : เครื่องพิมพ์ไม่พิมพ์
สาเหตุ : เครื่องพิมพ์ไม่ได้อยู่ในโหมด ออนไลน์
การแก้ปัญหา : ตั้งค่าเครื่องพิมพ์ให้อยู่ในโหมดออนไลน์ เครื่องพิมพ์บางเครื่องมีปุ่มหรือ ตัวควบคุมอยู่บนแผงด้านหน้าสำหรับเปลี่ยนไปมาระหว่างโหมดออนไลน์และโหมดออฟไลน์ ถ้าเครื่องพิมพ์มีปุ่มหรือสวิตช์ ออนไลน์/ออฟไลน์ ให้เลือก ออนไลน์

ปัญหา : เครื่องพิมพ์พิมพ์ข้อมูลออกมาเป็นขยะ
สาเหตุ : ไม่ได้ติดตั้งหรือเลือกไดรเวอร์ของเครื่องพิมพ์ที่ถูกต้อง
การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่ามีการติดตั้งและเลือกไดรเวอร์ของเครื่องพิมพ์ที่ถูกต้อง ไดรเวอร์ที่ถูกต้องของเครื่องพิมพ์มักจะระบุโดยชื่อของเครื่องพิมพ์

ปัญหา : เครื่องพิมพ์พิมพ์ข้อมูลออกมาเป็นขยะ
สาเหตุ : สายไฟของเครื่องพิมพ์ไม่ได้เชื่อมต่ออย่างเหมาะสม
การแก้ปัญหา :ให้อ่านเอกสารที่มาพร้อมกับเครื่องพิมพ์ แล้วเชื่อมต่อสายไฟใหม่อีกครั้งหนึ่ง

ปัญหา : เปิดคอมพิวเตอร์ไม่ได้
สาเหตุ : คอมพิวเตอร์โมดูลหน่วยความจำผิดชนิด
การแก้ปัญหา : การใช้โมดูลหน่วยความจำอื่นอาจมีผลทำให้การเริ่มระบบยากขึ้นเมื่อคุณอัปเกรดเครื่องคอมพิวเตอร์ คุณจะต้องใช้หน่วยความจำ EDO 60 นาโนวินาที

ปัญหา : หน่วยความจำไม่เพียงพอที่จะรันโปรแกรม
สาเหตุ : หน่วยความจำไม่ได้รับการตั้งค่าคอนฟิกอย่างเหมาะสมสำหรับโปรแกรม
การแก้ปัญหา : โปรแกรมจำเป็นต้องใช้หน่วยความจำจำนวนหนึ่งในการรัน ปิดโปรแกรม ใด ๆ ที่กำลังใช้อยู่เพื่อที่จะดูว่าโปรแกรมดังกล่าวจำเป็นต้องใช้หน่วยความจำเท่าใด ให้อ่าน เอกสารที่มาพร้อมกับโปรแกรมนั้น

ปัญหา : คอมพิวเตอร์แสดงข้อความว่า out of memory
สาเหตุ : ค่าคอนฟิเกอเรชันของหน่วยความจำตั้งค่าที่ไม่ถูกต้อง , หน่วยความจำไม่พอในการรัน
การแก้ปัญหา : ปิดโปรแกรมที่คุณกำลังใช้อยู่ อ่านเอกสารที่มาพร้อมกับโปรแกรมเพื่อดูข้อกำหนดเกี่ยวกับหน่วยความจำ คุณอาจต้องซื้อและติดตั้งหน่วยความจำเพิ่มเติม

ปัญหา : คอมพิวเตอร์แสดงข้อความว่า Insufficient memory
สาเหตุ : หน่วยความจำของคอมพิวเตอร์เหลือไม่เพียงพอที่จะรัน โปรแกรม
การแก้ปัญหา :โปรแกรมบางอย่างจะแอกทีฟอยู่ในแบ็กกราวนด์เมื่อเราเปิดขึ้นมา โปรแกรมเหล่านี้ใช้หน่วยความจำบางส่วนถึงแม้ว่าจะรันอยูในแบ็กกราวด์ก็ตาม

ปัญหา : แฟกซ์/โมเด็มไม่ตอบสนองต่อซอฟต์แวร์แฟกซ์/โมเด็ม
สาเหตุ : ไม่ได้ต่อแฟกซ์/โมเด็มอยู่อย่างเหมาะสม
การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าได้ต่อแฟกซ์/โมเด็มไว้อย่างแน่นหนา และสายโทรศัพท์  เสียบอยู่ที่เต้าเสียบที่ฝาผนังอย่างแน่นหนา

ปัญหา : แฟกซ์/โมเด็มไม่ตอบสนองต่อซอฟต์แวร์แฟกซ์/โมเด็ม
สาเหตุ : มีการกำหนดอุปกรณ์มากกว่า 1 ตัวให้กับพอร์ตอนุกรม
การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าไม่มีอุปกรณ์อื่นใช้พอร์ตอนุกรมเดียวกับแฟกซ์/โมเด็ม

ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก
สาเหตุ : แฟกซ์/โมเด็มอาจจะเกิความขัดแย้งกับโปรแกรมอื่น
การแก้ปัญหา : โปรแกรมบางอันอาจจะขัดแย้งกับซอฟต์แวร์แฟกซ์/โมเด็มในตัวของคอมพิวเตอร์ให้ออกจากโปรแกรมใด ๆ ที่คุณกำลังรัน แต่ไม่ได้ใช้งานอยู่

ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก
สาเหตุ : เครื่องคอมพิวเตอร์อื่นวางหู
การแก้ปัญหา :หมุนหมายเลขแฟกซ์ใหม่สายโทรศัพท์มี

ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก
สาเหตุ : เสียงดังมาก และการโทรศัพท์ถูกตัด
การแก้ปัญหา : หมุนหมายเลขแฟกซ์ใหม่ ถ้าปัญหายังคงเกิดอยู่ ให้ตรวจสอบกับ องค์การ โทรศัพท์โดยปกติจะมีฟิลเตอร์ให้มาเพื่อช่วยลดเสียงรบกวนในสาย นอกจากนั้น ให้ตรวจสอบการเชื่อมต่อโทรศัพท์ และแฟกซ์/โมเด็ม ถ้าสายที่ต่ออยู่หลวม แม้ว่าเล็กน้อย ก็อาจจะก่อให้เกิดเสียงรบกวนในสายได้

ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก
สาเหตุ : คุณมีสายเรียกซ้อน (Call Waiting) รออยู่ในสายโทรศัพท์ของคุณ สายเรียกซ้อนเข้ามานี้  จะตัดการเชื่อมต่อของโมเด็ม
การแก้ปัญหา : ในบางพื้นที่ บริการับสายเรียกซ้อนสามารถยกเลิกได้โดยการกด *70 ,ก่อนที่จะหมุน

ปัญหา : การสื่อสารด้วยแฟกซ์/โมเด็มเป็นไปอย่างยากลำบาก
สาเหตุ : โทรศัพท์พ่วงบนสายโทรศัพท์เดียวกัน
การแก้ปัญหา : ตรวจดูให้แน่ใจว่าโทรศัพท์ทั้งหมดที่เชื่อมต่ออยู่กับสายโทรศัพท์เดียวกันกับยกหูขึ้นแฟกซ์/โมเด็มวางอยู่ อย่างเหมาะสม

ปัญหา : ไม่มีเสียงสัญญาณดังขึ้นขณะที่ต่อโมเด็มอยู่
สาเหตุ : คอมพิวเตอร์ใช้โมเด็ม K56flex
การแก้ปัญหา : ถ้าคุณมีคอมพิวเตอร์ส่วนบุคคลคอมแพครุ่นเพรสซาริโอ 4500 ที่มาพร้อมกับ โมเด็ม K56flex คุณจะไม่ได้ยินสัญญาณใด ๆ ในขณะที่ กำลังเชื่อมต่อโมเด็มข้อมูลเกี่ยวกับ ไวรัสของคอมพิวเตอร์

ปัญหา : คอมพิวเตอร์ไม่มีเสียง
สาเหตุ : มีการปิดระบบเสียง
การแก้ปัญหา : คลิกที่ไอคอน Speaker บนทาสก์บาร์ของวินโดวส์ เมื่อบ็อกซ์ควบคุมระดับเสียง ปรากฏตรวจดูให้แน่ใจว่าเช็คบ็อกซ์ Mute ไม่มีเครื่องหมายใดอยู่มีการลดระดับเสียงให้เบาเพิ่ม ระดับเสียงโดยการกดปุ่มเพิ่มระดับเสียง (+)ที่ด้านหน้าของคอมพิวเตอร์ลำ โพงไม่ได้รับการ เชื่อมต่ออย่าง ตรวจดูให้แน่ในว่าลำโพงเชื่อมต่อกับคอมพิวเตอร์แน่นหนาหรือไม่

“ไวรัสของคอมพิวเตอร์” เป็นรหัสคำสั่งการของซอฟต์แวร์ที่ทำความเสียหายหรือลบข้อมูล ไฟล์ หรือซอฟต์แวร์ในคอมพิวเตอร์ คอมพิวเตอร์จะติดไวรัสเมื่อใส่ซอฟต์แวร์หรือไฟล์ที่มีไวรัสลงไปในคอมพิวเตอร์ ดิสเกตต์จากเพื่อน หรือที่ได้มาจากการติดต่อธุรกิจมักจะเป็นแหล่งกำเนิดไวรัส อาการที่บ่งบอกว่าคอมพิวเตอร์ของคุณติดไวรัสมีดังนี้
1. มีตัวอักษรแปลก ๆ หรือข้อความหยาบ ๆ ปรากฎอยู่บนหน้าจอ
2. มีข้อความแสดงการผิดพลาดของฮาร์ดไดรฟ์ หน่วยความจำ หรือซอฟต์แวร์
3. ไฟล์และไดเรคทอรีเกิดความเสียหาย
บริการออนไลน์เชิงพาณิชย์และผู้ผลิตซอฟต์แวร์จะตรวจจับไวรัสอย่างเข้มงวด และมักจะประสบความสำเร็จ อย่างไรก็ตาม ไม่มีวิธีใดที่แน่นอน 100 เปอร์เซ็นต์
มีบริษัทมากมายที่จำหน่ายซอฟต์แวร์ค้นหาและป้องกันไวรัส คุณควรจะมีเวอร์ชันล่าสุดของซอฟต์แวร์เหล่านี้ ผลิตภัณฑ์ซอฟต์แวร์เหล่านี้ได้รับการอัปเดตอยู่บ่อย ๆ เนื่องจากผู้สร้างและเผยแพร่ไวรัส ซึ่งถือเป็นผู้ที่ทำผิดกฎหมายระหว่างประเทศจะอัปเดตโปรแกรมไวรัสอยู่เป็นประจำด้วยเช่นกัน ให้ถามหาซอฟต์แวร์ค้นหาและป้องกันไวรัสล่าสุดจากร้านค้าคอมพิวเตอร์ใกล้บ้านของคุณ

ไอคอนลำโพงหายไปไหน…???
    ช่วยด้วยครับ ลำโพงตรงทาส์กบาร์ด้านล่างขวาสุดหายไป ทำยังไงจึงจะให้มีรูปลำโพงปรากฏขึ้นมาอีกครั้ง ตอนนี้ผมไม่สามารถปรับสียงได้เลย วานช่วยหาวิธีการแก้ไขให้ทีครับ หลายคนเมื่อเจอปัญหานี้ก็มักตกอกตกใจ คิดว่าวินโดวน์เจ็งอีกแล้ว จริง ๆ แล้วปัญหาลักษณะนี้เกิดขึ้นมาได้ 2 กรณีคือ
– ไดรเวอร์การ์ดเสียงหายไป
– กำหนดให้ไอคอนลำโพงไม่แสดงขึ้นมา
     โดยในกรณีแรกนั้นอาจเกิดจากไดรเวอร์การ์ดเสียงหายไป ทางแก้ไขก็ให้ทำการติดตั้งไดรเวอร์การ์ดเสียงลงทับไปใหม่ ซึ้งมีขั้นตอนดังนี้
1. คลิกขวาที่ไอคอน My computer แล้วเลือกคำสั้ง properties
2. คลิกไปที่แท็ป Device Manager
3. คลิกปุ่ม Refresh เพื่อให้วินโดวส์ทำการค้นหาอุปกรณ์ที่ยังไม่ได้ติดตั้งไดรเวอร์
4. รอสักครู่ก็จะปรากฏหน้าต่าง Add New Hardware wizard ขึ้นมา ซึ่งจะมีตัวเลือก 2 ตัวเลือก คือ
Automatic search . . .
    ให้วินโดวส์ทำการค้นหาไดรเวอร์ให้อัตโนมัติ ซึ่งหากว่ามีไดรเวอร์อยู่ในเครื่อง หรือมีแผ่นไดรเวอร์อยู่ในซีดีรอม วินโดวน์ก็จะนำมาติดตั้งให้ทันที
Specify the location
ทำการติดตั้งไดรเวอร์ด้วยตัวเอง
ในที่นี้ขอเลือกตัวเลือก Specify the location…
5. คลิกปุ่ม Next เพื่อทำขั้นตอนต่อไป
6. เลือกไปที่ตัวเลือก Search for the best… เพื่อให้วินโดวส์ค้นหาไดรเวอร์จากไดรว์ซีดีรอมหรือไดรว์ A
7. คลิกเครื่องหมายถูกหน้าตัวเลือก Removable Media … เพื่อทำการติดตั้งไดรเวอร์จากแผ่นไดรเวอร์ ซึ่งคุณต้องใส่แผ่นไดรเวอร์ลงไปในซีดีรอมด้วย
8. คลิกปุ่ม Next
9. รอสักครู่วินโดวส์ก็จะทำการค้นหาไดรเวอร์ เมื่อค้นหาพบแล้วก็ให้คลิกปุ่ม Next เพื่อทำขั้นตอนต่อไป
10. คลิกปุ่ม Finish แล้วรอสักครู่ วินโดวส์ก็จะทำการติดตั้งไดรเวอร์ให้ทันทีจากนั้นก็ให้บูตเครื่องใหม่ เมื่อเข้าสู่วินโดวส์อีกครั้ง ก็จะพบกับไอคอนลำโพงปรากฏอยู่บนทาส์กบาร์แล้ว
    แต่ถ้าหากว่าปัญหาเกิดจากไอคอนลำโพงได้ถูกกำหนดให้ไม่แสดงขึ้นมา วิธีแก้ไขก็ต้องเข้าไป กำหนดให้วินโดวส์แสดงไอคอนลำโพงขึ้นมา ซึ่งมีวิธีการทำดังนี้
1. คลิกปุ่ม Start จากนั้นคลิกเลือกตัวเลือก Settings>Control Panel
2. ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Sounds and Multimedia
3. เลือกที่แท็ป Sounds
4. ในส่วนล่างของแท็บ Sounds ให้คลิกเลือกที่ตัวเลือก Show Volume…
5. คลิกปุ่ม OK เพียงเท่านี้ลำโพงก็จะปรากฏอยู่บนทาส์กบาร์แล้ว


    6 รหัสอันตรายที่ทำให้เครื่องคุณไม่มีเสียง
ข้อผิดพลาด “ MMSystem263. This is not a registered MCI device
– ข้อผิดพลาด “MIDI output error detected.”
– ข้อผิดพลาด “WAV sound playback error detected”
– ข้อผิดพลาด “No wave device that can play files in the current format is installed.”
– ข้อผิดพลาด “ You audio hardware connot play files like the current file.”
– ข้อผิดพลาด “MMSYSTEM296. The file cannot be played on the specified MCI device.”

    หากว่าใช้งานคอมพิวเตอร์อยู่ดี ๆ ปรากฏว่าอยู่ ๆ ก็มีข้อความเหล่านี้ขึ้นมาก็ให้ทำใจได้เลยว่า ตอนนี้กำลังมีปัญหาเกี่ยวกับเสี่ยงวินโดวส์โดยอุปกรณ์ 1 ใน 2 อย่างนี้เป็นตัวก่อปัญหาขึ้นมา Wave Audio device, CD Audio device ซึ่งแนวทางการแก้ไขปัญหานั้นก็มีดังนี้ ตรวจสอบว่าการ์ดเสียงของคุณเปิดใช้งานหรือยัง
1. คลิกขวาที่ไอคอน My Computer แล้วเลือกคำสั่ง Properties
2. คลิกไปที่แท็ป Device Manager
3. คลิกเครื่องหมาย (+) ที่ตัวเลือก Sound, Video and Game Controllers
4. ดับเบิ้ลคลิกที่การ์ดเสียง
5. แล้วตรวจสอบว่าที่ตัวเลือก Disable in this hardware profile มีเครื่องหมายถูกอยู่หรือเปล่า ถ้ามีเครื่องหมายถูกหน้าตัว Disable in this hard ware profile อยู่ก็ให้คลิกเครื่องหมายถูกหน้าตัวเลือกนี้ออก
6. คลิกปุ่ม OK 2 ครั้ง แล้ววินโดวส์จะถามว่าต้องการที่บูตเครื่องใหม่หรือไม่ ก็ให้ทำการบูตเครื่องใหม่ เมื่อบูตเครื่องขึ้นมาก็ลองตรวจดูว่ามีเสียงออกมาหรือยัง

ตรวจสอบว่าการ์ดเสียงได้รับเลือกให้เป็นอุปกรณ์ที่ต้องการแล้วหรือยัง
1. ไปไหนส่วน Control Panel แล้วดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Sound and Multimedia เลือกที่แท็บ Audio ในส่วนของ Sound Playback และ Sound Recording ให้ตรวจสอบว่าเลือกการ์ดเสียงในกล่อง Preferred device แล้วหรือยัง ถ้ามีการเลือก (None) หรืออุปกรณ์อื่นในกล่อง preferred device ก็ให้เลือกเป็นรุ่นการ์ดเสียงที่ใช้แทน คลิกปุ่ม OK เพื่อทำการบันทึกค่า

ตรวจสอบว่า วินโดวส์ได้กำหนดค่าให้ใช้คุณลักษณะเสียงของการ์ดเสียงแล้วหรือยัง
1. เข้าไปในส่วน Multimedia ที่ Control Panel แล้วคลิกที่แท็บ Devices คลิกเครื่องหมาย + หน้าตัวเลือก Audio Devices ดับเบิ้ลคลิกที่การ์ดเสียง จากนั้นตรวจสอบว่าได้คลิกเครื่องหมายถูกหน้าตัวเลือก Use audio features on this device แล้วหรือยัง ถ้ายังไม่ได้เลือกก็ให้คลิกเลือกตัวเลือกนี้ เสร็จแล้วให้คลิกปุ่ม OK จนกระทั่งกลับไปยัง Control Panel ให้ปิดหน้าต่าง Control Panel แล้วทำการบู๊ตเครื่องใหม่

ตรวจสอบว่าคุณติดตั้งอุปกรณ์ Wave Audio แล้วหรือยัง
1. ให้เข้าไปที่ส่วน Multimedia ใน Control Panel แล้วคลิกที่แท็บ Devices คลิกเครื่องหมาย + หน้าตัวเลือก Media Control Devices ดูให้แน่ใจว่าได้ติดตั้ง Wave Audio Device (Media Control) หรือยังถ้าหากว่ามีการติตตั้งแล้วก็ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ Wave Audio Device (Media Control) ดูให้แน่ใจว่าได้เลือกตัวเลือก Use this Media Control device แล้วถ้ายังก็ให้คลิกเลือก คลิกปุ่ม OK
   แต่ถ้ายังไม่ได้ติดตั้ง Wave Audio Device (Media Control) ก็ให้กลับไปหน้า Control Panel ก่อนแล้วให้ดับเบิ้ลคลิกที่ไอคอน Add New Hardware คลิกปุ่ม Next ไปเรื่อย ๆ วินโดวส์ ก็จะถามว่าต้องการที่จะให้วินโดวส์ ทำการหาอุปกรณ์ให้โดยอัตโนมัติหรือไม่ ให้เลือกตัวเลือก No. I want to select….. คลิกปุ่ม Next เพื่อทำขั้นตอนต่อไป
   ภายใต้ส่วนของ Hardware types ให้คลิกเลือกตัวเลือก Sound, Video and Game Controllers คลิกปุ่ม Next เพื่อทำขั้นตอนต่อไป ในส่วนของ Manufacturers ให้เลือกตัวเลือก Microsoft MCI แล้วให้คลิกเลือกตัวเลือก Wave Audio Device (Media Control) ในส่วนของ Models คลิกปุ่ม Next ต่อมาคลิกปุ่ม Finish
   ถ้าได้รับแจ้งให้ใส่ซีดีรอมติดตั้งโปรแกรมวินโดวส์ ก็ให้ใส่แผ่นติดตั้งลงไป แล้วคลิกปุ่ม OK เลือกไปที่โฟลเดอร์วินโดวส์ที่อยู่ในแผ่นซีดีรอม จากนั้นก็คลิกปุ่ม OK สุดท้ายวินโดวส์ก็จะทำการติดตั้งไฟล์ เมื่อติดตั้งเสร็จวินโดวส์จะให้ทำการบู๊ตเครื่องใหม่ ก็ให้คลิกปุ่ม Yes ได้ทันที เมื่อเข้าวินโดวส์อีกครั้งก็ให้ลองตรวจสอบดูว่า ปัญหาแก้ไขได้แล้วหรือยัง

ตรวจสอบว่าคุณติดตั้งอุปกรณ์เสียงซีดีแล้วหรือยัง
1. ขั้นแรกให้เข้าไปในส่วน Multimedia ของ Control Panel แล้วคลิกแท็บ Devices คลิกเครื่องหมาย + หน้าตัวเลือก Media Control Devices
    ดูให้แน่ใจว่าการแสดง CD Audio Device (Media Control) ในรายการแล้วหรือยัง ถ้ามีการแสดงอุปกรณ์นี้ในรายการแล้ว ให้ดับเบิ้ลคลิกที่ตัวเลือก CD Audio Device (Media Control) ดูให้แน่ใจว่าได้เลือก Use this Media Control dอvice แล้วหรือยัง
    ถ้ายังก็ให้คลิกเลือกตัวเลือก Use this Media Control device จากนั้นคลิกปุ่ม OK จนกระทั่งกลับเข้าสู่ส่วนของ Control Panel อีกครั้ง ก็ให้คุณลองทดสอบดูว่าปัญหาได้รับการแก้ไขแล้วหรือยัง
    ในกรณีที่ไม่มีการแสดงอุปกรณ์ CD Audio Device (Media Control) นี้ในรายการ ก็ให้ติดตั้งอุปกรณ์นี้ ในส่วนของ Models ก็ให้เลือกตัวเลือก CD Audio Device (Media Control) แทนเท่านั้นเองครับ


    วิธีแก้ไขภาพกระตุกเมื่อชมภาพยนตร์
    ในการชมภาพยนตร์นั้นหากว่าอัตราการรีเฟรซภาพ (การกะพริบของหน้าจอ) ไม่เร็วภาพที่ออกมาก็จะมีอาการกระตุก ๆ แต่อาการกระตุกก็อาจเกิดจากเครื่องเล่นซีดีเก่าเกินไปหรือแผ่นที่ดูนั้นอาจไม่ดีก็ได้ ซึ่งหากว่ามีการรีเฟรซแล้วอาการกระตุกยังไม่หาย ก็ให้ตรวจสอบจากจุดนี้ด้วยโดยขั้นตอนการปรับอัตราการรีเฟรซของภาพให้เร็วขึ้นก็สามารถทำได้ดังนี้
1. คลิกขวาบนพื้นที่ว่าง ๆ ของเดสก์ทอป แล้วเลือกไปที่คำสั่ง Properties
2. คลิกไปที่แท็ป Settings
3. เลือกสีในส่วนของ Color เป็น 256 Color
4. เลือกความละเอียดในส่วนของ Screen ไปที่ 640 by 480 pixels
5. คลิกปุ่ม Ok เพื่อทำการบันทึกค่า เพียงเท่านี้ก็จะทำให้อัตราการรีเฟรซของภาพเร็วขึ้นแล้วครับ


   วิธีการปรับแต่งไมโครโฟน
ในการปรับแต่งไมโครโฟนนั้นสามารถปรับแต่ได้ในส่วนของ Sound ที่อยู่ใน Control Panel โดยเมื่อทำการเสียบไมโครโฟนลงไปในซาวน์การ์ดแล้วก็สามารถทำงานได้ทันที แต่ในบางครั้งเราอาจจะไปปิดเสียงของไมโครโฟนไว้ ผลที่ตามมาเมื่อพูดใส่โมโครโฟนก็จะไม่มีอะไรเกิดขึ้น (ทำให้หลายคนคิดไปว่าไมโครโฟนเสียแน่ ๆ ) ซึ่งขั้นตอนในการใช้ไมค์นั้นสามารถทำได้ดังนี้
1. ดับเบิ้ลคลิกไอคอนรูปลำโพงข้างล่างทางซ้ายมือของจอภาพ
2. คลิกเมนูคำสั่ง Option>Properties
3. จะพบตัวเลือกให้เลือกอยู่ 2 ตัวเลือกคือ
– Playback
แสดงรายละเอียดของเสียที่จะออกมา
– Recording
แสดงรายละเอียดของการปรับรายละเอียดของการอัดเสียง ก็ให้เลือกที่ตัวเลือกแรก
4. คลิกเครื่องหมายถูกหน้าตัวเลือก Microphone ในส่วนของ Show all…
5. คลิกปุ่ม OK
6. เพียงเท่านี้ก็สามารถปรับเสียงดัง-เบาได้แล้ว โดยการเลื่อนตัวปรับระดับเสียงในส่วนของ Microphone
7. หากว่าต้องการปรับรายละเอียดเพิ่มเติมของไมโครโฟน ก็ให้คลิกปุ่ม Advanced
8. ซึ่งเราสามารถปรับเสียงสูง (Treble) เสียงต่ำ (Bass) ได้ในส่วนของ Tone Controls
9. เมื่อทำการปรับแต่งจนพอใจแล้ว ก็ให้คลิกปุ่ม Close เท่านี้ก็สามารถใช้งานไมโครโฟนได้แล้วครับ

สรุปอาการเสียและการแก้ไขปัญหายอดฮิตของคอมพิวเตอร์
      อาการเสียของคอมพิวเตอร์นั้นมีหลายสาเหตุ สามารถวิเคราะห์อาการเสียเบื้องต้นได้ดังนี้
อาการ บูตเครื่องขึ้นมาแล้ว ทุกอย่างไม่ทำงานและเงียบสนิท
      ให้ตรวจสอบที่พัดลมด้านท้ายเครื่องว่าหมุนหรือไม่ หากไม่หมุนอาจเป็นไปได้ว่าปลั๊กไฟเสีย หรืออาจขาดใน และให้เข้าไปเช็คที่ฟิวส์ของเพาเวอร์ซัพพลาย หากฟิวส์ขาดให้ซื้อฟิวส์รุ่นเดียวกันมาเปลี่ยน แต่ถ้าเพาเวอร์ซัพพลายเสีย ควรแนะนำลูกค้าให้เปลี่ยนเพาเวอร์ซัพพลายใหม่อาการ บูตเครื่องแล้วจอมืด แต่ไฟ LED หน้าจอและไฟเคสติด
      ให้ตรวจสอบที่ปุ่มการปรับสีและแสงที่หน้าจอก่อน จากนั้นจึงเช็คในส่วนของขั้วสายไฟ และขั้วสายสัญญาณระหว่างเคสและจอภาพ หรือไม่ก็อาจเป็นเพราะเสียบการ์ดจอไม่แน่นหากตรวจเช็คอาการเหล่านี้แล้ว ทุกอย่างเป็นปกติดีสาเหตุน่าจะเกิดจากการ์ดแสดงผล และจอภาพ ให้นำอุปกรณ์ทั้ง 2 ตัวไปลองกับอีก เครื่องหนึ่งที่ทำงานเป็นปกติ หากการ์ดแสดงผลเสียต้องส่งเคลมหรือให้ลูกค้าเปลี่ยนใหม่ แต่ถ้าเป็นจอภาพ ให้ตรวจเช็คอาการอีกครั้ง ถ้าซ่อมได้ก็ควรซ่อมอาการ บูตเครื่องแล้วมีไฟที่หน้าเคสและไฟฟล็อบปี้ไดรฟ์ แต่จอมืดและทุกอย่างเงียบสนิท
      ให้ตรวจสอบที่การเชื่อมต่อระหว่างขั้วต่อสายไฟของเพาเวอร์ซัพพลายกับเมนบอร์ดถูกต้องหรือไม่ หลุดหลวมหรือเปล่าตรวจสอบสายแพที่เชื่อมต่อกับขั้วต่อ IDE ของฮาร์ดดิสก์, ฟล็อบปี้ดิสก์ และซีดีรอม ถูกต้องหรือไม่ หลุดหลวมหรือไม่
ตรวจสอบการติดตั้งซีพียูว่าใส่ด้านถูกหรือไม่ ซีพียูเสียหรือไม่
ตรวจสอบจัมเปอร์หรือดิปสวิทช์ และการเข้าไปเปลี่ยนแปลงค่าในไบออสว่ามีการกำหนดค่าที่ถูกต้องหรือไม่ โดยเฉพาะค่าแรงดันไฟ Vcore

อาการ ที่จอภาพแสดงข้อความผิดพลาดว่า HDD FAILURE
ตรวจสอบการตั้งค่าในไบออสว่าถูกต้องหรือไม่
ตรวจสอบขั้วต่อ IDE ว่ามีการเสียบผิดด้านหรือไม่ หลุดหลวมหรือเปล่า
ตรวจสอบฮาร์ดดิสก์ว่าเสียหรือไม่ โดยเข้าไปในเมนูไบออส และใช้หัวข้อ IDE HDD Auto Detection ตรวจหาฮาร์ดดิสก์ ถ้าไม่เจอแสดงว่าฮาร์ดดิสก์มีปัญหาแต่หากเจอแสดงว่าฮาร์ดดิสก์ปกติดี

อาการ เมื่อบูตเครื่องขึ้นมาแล้วมีสัญญาณเตือนดัง บี๊บ………..บี๊บ
      ควรตรวจสอบแรมว่าทำงานเป็นปกติหรือไม่ ติดตั้งดีแล้วหรือยัง วิธีแก้ไขให้ถอดแล้วเสียบใหม่
ตรวจสอบการติดตั้งการ์ดต่างๆ บนเมนบอร์ดว่าติดตั้งดีแล้วหรือยัง วิธีแก้ไขให้ถอดแล้วเสียบใหม่ ตรวจสอบซีพียูและการเซ็ตจัมเปอร์ว่าถูกต้องหรือไม่วิธีแก้ไขเซ็ตจัมเปอร์ใหม่โดยตรวจเช็คจากคู่มือเมนบอร์ด

แก้ปัญหาอินเตอร์เน็ตเน็ตหลุดบ่อย
แก้ปัญหาอินเตอร์เน็ตเน็ตหลุดบ่อย


  • ตรวจสอบสายโทรศัพท์ว่า ใช้งานได้ปกติหรือไม่
    ตรวจสอบว่ามีเสียงซ่าหรือเสียงรบกวนในสายหรือไม่ขณะใช้สายโทรศัพท์ (แจ้งเหตุเสียได้ที่ 1177 – 02 ตามด้วยเบอร์โทรบ้าน 7 หลัก )
  • ทำการเปิดบริการสายเรียกซ้อนหรือไม่ ควรยกเลิกชั่วคราวขณะเชื่อมต่อ Internet
    ทำการยกเลิกชั่วคราวก่อนครับโดยกดที่โทรศัพท์ “#43#“(หลังเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต กด “*43#” เพื่อใช้บริการ สายเรียกซ้อนครับ )
  • อาจจะเกิดจาก เชื่อมต่อกับหมายเลขที่ไม่ Support กับ Modem ผู้ใช้เอง
    ให้เปลี่ยนหมายเลขที่ใช้เชื่อมต่อเช่น ISP อาจจะให้มา 2 หมายเลขเป็นแบบ 56K-Flex กับ 56K V.90/X2 ถ้าเชื่อมต่อกับแบบ 56K V.90/X2 แล้วมีปัญหา สายหลุด ก็ให้ลองเปลี่ยนเบอร์ เชื่อมต่อเป็นแบบ 56K-Flex ดูครับ ถ้าใช้ได้แล้วไม่หลุด ก็ควรใช้เป็น หมายเลขใหม่ ( สำหรับบางท่าน ที่ใช้ Modem V90 แล้วเชื่อมต่อกับเบอร์ ที่เป็น V90 แล้วหลุดแต่ กับ 56K-Flex หรือ กับ 33.6K แล้วไม่หลุด ให้สอบถามปัญหาได้จาก ISP ที่ให้บริการครับ )
  • ตรวจสอบ properties ของ modem เบื้องต้นก่อนดังนี้ครับ
    เลือก Start -> Setting ->Control Panel -> Modems -> คลิกปุ่ม Properties … ในแถบ Generral ให้เลือกค่า Maximum speed ที่ใกล้เคียงกับ modem ที่ใช้งานครับ ( modem56K ควรตั้งค่าไว้ไม่เกิน57600, modem33.6K ควรตั้งค่าไว้ไม่เกิน 38400 , modem14.4Kควรตั้งค่าไว้ไม่เกิน19200 ) -> Connection … ในหน้านี้ต้องไม่มีเครื่องหมายถูกในหัวข้อ Wait for Dial tone before dialing ถ้ามีให้ยกเลิกออกครับ -> Advanced… ตรวจสอบค่าในหัวข้อ Extra settings ว่ามีคำสั่งใดๆ พิมพ์ไว้หรือไม่ ถ้ามีให้ลบออก ใส่ค่าใหม่ดังนี้ครับ

    1. ats10=200
    2. s10=254 s25=50 ให้ใส่ค่าที่ 1 ก่อนแล้วก็คลิกOk -> คลิก Ok -> คลิก Close และให้ Restart เครื่องก่อนและ Connect ใหม่ ถ้ายังหลุดอีก ให้ลบออก ใส่ค่าที่ 2 แทน แต่ถ้าใช้ค่าได้ได้ก็ให้ใช้ค่านั้นไม่ต้องเปลี่ยนครับ ถ้าใช้ไม่ได้เลยก็ให้ลบออกครับ
      คลิก…ค่า Extra setting อื่นๆที่ช่วยแก้ไขเรื่องหลุดบ่อยได้
  • หากตรวจสอบและแก้ไขตามข้อ 1 ถึง 3 แล้วยังมีปัญหาเรื่องหลุดบ่อย
    ควรติดตั้ง driver modem ใหม่โดยก่อนติดตั้ง Driver ใหม่ควร Remove Driver เดิมออกก่อนหลังจากนั้นติดตั้ง Driver ใหม่แล้วทำตาม ข้อ 4 อีกครั้งจากนั้นทำการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต
  • ปัญหาอาจเกิดจาก modem
    modem ที่ใช้งาน ทดลองนำไปติดตั้งที่เครื่องอื่น แล้วทำการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต ดูว่ามีปัญหาหลุดบ่อยเหมือนกัน หรือไม่ครับ ถ้าใช่ควรติดต่อกับร้านจำหน่าย กรณีถ้ายังอยู่ในช่วงรับประกัน
  • มีปัญหาที่ Dial-Up Adapter ใน network ซึ่งอยู่ใน Control Panel มีปัญหา หรือไม่สมบูรณ์
    ให้
    Remove Dial-Up Adpater ใน Network ซึ่งอยู่ใน Control Panel ออกและ Add เข้าใหม่ครับ
    Windows 98 คลิกดูวิธีที่นี่
    WindowsMEคลิกดูวิธีที่นี่
  • ปัญหาอาจเกิดจากสายโทรศัพท์(ตรวจสอบด้วย Modem)
    ให้ติดตั้ง Modem อื่นๆ ( อาจจะขอยืมจากเพื่อน ) ทำการเชื่อมต่ออินเตอร์เน็ต มีปัญหาการหลุดบ่อย หรือไม่ถ้า ถ้าไม่ใชเกิดจากสายโทรศัพท์อาจจะเกิดจาก Modem เอง
    แต่ถ้ายังหลุดอยู่เหมือนเดิมให้ลองเปลี่ยน ISP ครับลองเปลี่ยนยี่ห้อ net ที่ใช้อยู่ว่ายังหลุดบ่อยหรือไม่ถ้าไม่ก็ไม่ควรที่จะใช้ ISP ที่มีปัญหาอยู่ครับ
  • อาจจะเกิดจากการตั้งค่าบางอย่างในโปรแกรมที่ใช้ที่เครื่อง ทำให้หลุดบ่อยได้
    1. อาจจะเกิดจากInternet Explorer คลิกที่ Disconnect if idle for ทำให้การเชื่อมต่อ Internet หลุดได้ครับ ดูวิธีตรวจสอบและแก้ไขคลิกที่นี่
    2. อาจจะเกิดจาก Internet Explorer คลิกที่ Always dial my default connection ทำให้การเชื่อมต่อ Internet หลุดได้ครับ วิธีตรวจสอบและแก้ไขคลิกที่นี่
    3. อาจจะเกิดจาก Outlook Express คลิกถูกที่ Hang Up after sending and receiving และที่ Always connect to this account using: แนะนำวิธีแก้ไขและตรวจคลิกที่นี่
  • แก้ไขทุกขั้นตอนยังคงมีปัญหาสายหลุดบ่อย ติดต่อ ISP ผู้ให้บริการครับโดย แจ้งว่าได้ทำขั้นตอนต่างๆ เหล่านี้เรียบร้อย ทุกขั้นตอนแล้ว อย่างไรบ้าง ครับ
  •  

     

    การติดตั้ง Driver ของ Internal Modem แบบที่เป็น PCI Card
    มาดูตัวอย่างของการติดตั้ง Driver ของอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้กับระบบ Windows ในที่นี้ จะขอยกตัวอย่างของ Internal Modem ซึ่งเป็นแบบ Internal Modem หรือโมเด็มที่เป็น การ์ดเล็ก ๆ สำหรับเสียบในช่อง PCI Slot ของเครื่องคอมพิวเตอร์นั่นเอง โดยจะแนะนำ ตัวอย่างการลง Driver และวิธีตรวจสอบการทำงานของโมเด็มแบบคร่าว ๆเริ่มต้น สิ่งที่ต้องเตรียมไว้คือ เสียบการ์ดโมเด็ม ลงไปใน PCI Slot ของเครื่องก่อน จากนั้น จะต้องเตรียมไฟล์ที่เป็น Driver ซึ่งอาจจะเป็นแผ่น CD-ROM ที่มีแถมมาเมื่อซื้อโมเด็ม หรือจะทำการ copy ตัว Driver ไปเก็บไว้ในฮาร์ดดิสก์ของเครื่องก็ได้ จากนั้น เมื่อเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์ขึ้นมาใหม่ อาจจะมีการแจ้งเตือนว่า New Hardware Found ก็เลือกที่ Update Driver และทำตามคำแนะนำต่อไปครับ แต่ถ้าหากต้องการที่จะทำการติดตั้ง Driver โดยเลือกลง Driver เอง ก็สามารถทำได้ดังนี้

    เปิดหน้าต่างของ Control Panel โดยเลือกที่ Start Menu เลือกที่ Settings และเลือกที่ Control Panel ให้ทำการกด ดับเบิลคลิกที่ช่อง System และกดเลือกที่ป้าย Device Manager จะได้หน้าต่างด้านล่าง

    จะเห็นว่า ระบบวินโดวส์ มองเห็นว่า มีอุปกรณ์ PCI Communication Device เพิ่มขึ้นมาตัวหนึ่ง (ที่จริงก็คือโมเด็ม ที่เพิ่งจะเสียบลงไปใหม่นั่นเอง) โดยมีเครื่องหมายตกใจ นำหน้าตรงชื่ออุปกรณ์นั้นอยู่ แปลว่าระบบ ไม่สามารถบอกได้ว่า อุปกรณ์ที่พบนั้นคืออะไร และจะยังใช้งานไม่ได้ เราต้องทำการ ติดตั้ง Driver ของอุปกรณ์นั้น ๆ เสียก่อน จึงจะใช้งานได้ ดังนั้น ต้องทำการลง Driver ของอุปกรณ์นี้ โดยการกดคลิกที่ปุ่ม Properties ครับ

    เมื่อกดที่ปุ่ม Properties จะแสดงรายละเอียดต่าง ๆ ของอุปกรณ์นั้น แต่ถ้าหากยังไม่ได้ทำการลง Driver ให้ถูกต้องก็อาจจะไม่มีอะไรแสดงให้เห็น ทำการติดตั้ง Driver ได้โดยการกดที่ปุ่ม Reinstall Driver

    ระบบจะทำการค้นหาและอัพเดต Driver อัตโนมัติ กดที่ปุ่ม Next เพื่อทำขั้นตอนต่อไป

    ตรงนี้ ให้ต้องทำการเลือกว่า จะให้ระบบค้นหา Driver จากที่ไหน หากเรามีแผ่น CD-ROM ของ Driver ของอุปกรณ์นั้น ๆ อยู่แล้ว ก็ให้ใส่ CD ในเครื่อง เลือกที่ Search for a better driver…. ด้านบน และกดที่ปุ่ม Next > เพื่อทำขั้นตอนต่อไป

    เลือกตำแหน่งที่ เป็นที่เก็บ Driver ของอุปกรณ์ที่จะติดตั้ง ในตัวอย่างนี้ จะเลือกโดยการระบุว่า ให้ไปหา Driver มาจากฮาร์ดดิสก์ ดังนั้น จึงเลือกที่ช่อง Specify a location: และกดปุ่ม Browse… เพื่อทำขั้นตอนต่อไป

    กรณีที่ Driver นั้นไม่ได้เก็บอยู่ใแผ่นของ Drive A: ก็อาจจะมีข้อความแบบนี้ กดที่ปุ่ม Cancel เพื่อเลือกตำแหน่งอื่นได้เลย

    ให้ทำการเปลี่ยนตำแหน่งของ Folder ที่เป็นที่เก็บ Driver โดยอาจจะเป็น drive ของ CD หรือจะเลือกจากฮาร์ดดิสก์ก็ได้ ที่สำคัญคือ คุณต้องทราบว่า เก็บ Driver ของอุปกรณ์นั้น ๆ ไว้ที่ไหนครับ กดที่ปุ่ม OK เพื่อทำขั้นตอนต่อไป

    จะกลับมาที่หน้าต่างเดิม แต่ช่อง Specify a location จะมีตำแหน่งของ Folder ที่เป็นที่เก็บ Driver ของอุปกรณ์ที่ต้องการติดตั้งอยู่ด้วย กดที่ปุ่ม Next > เพื่อทำขั้นตอนต่อไป

    โปรแกรมจะเริ่มต้นการอัพเดต Driver รอสักครู่ กดที่ปุ่ม Next > เพื่อทำขั้นตอนต่อไป

    มาถึงตรงนี้ ก็เป็นอันจบขั้นตอนการลง Driver ของโมเด็มตัวใหม่ กดที่ปุ่ม Finish ครับ

    คราวนี้จากภาพแรก คือในหน้าต่างของ Control Panel และ System >> Device Manager กดเลือกที่ช่อง Modem ก็จะเห็นว่า มีโมเด็มตัวที่เราเพิ่งจะทำการติดตั้ง Driver ลงไปใหม่นี้แสดงให้เห็นแล้ว

    การทดสอบว่า โมเด็ม สามารถทำงานได้ปกติหรือไม่

    หลังจากที่ทำการติดตั้ง Driver ของโมเด็มแล้ว หากต้องการทดสอบว่า โมเด็มนั้น สามารถทำงานได้หรือไม่ สามารถทำได้โดยการเปิดหน้าต่างของ Control Panel เลือกที่ไอคอน Modem และกดเลือกป้าย Diagnostics จะเห็นรายการของอุปกรณ์ต่าง ๆ รวมถึงโมเด็มที่มีติดตั้งอยู่

    หากต้องการทดสอบโมเด็ม ให้ใช้เมาส์กดเลือกที่ตำแหน่งของโมเด็ม ที่ต้องการทดสอบก่อน จากนั้นกดที่ปุ่ม More Info… ครับ

    รอสักพัก จะมีหน้าต่างแสดงรายละเอียดของโมเด็มขึ้นให้ดูตามตัวอย่าง ถ้าหากไม่มีรายละเอียดแบบนี้แสดง หรือมีข้อความบอกความผิดพลาดต่าง ๆ แปลว่าโมเด็มของคุณ ยังไม่สามารถใช้งานได้

    เล่นอินเตอร์เน็ตฟรีกับ TOT
    Username/Password ที่ใช้กับ TOT Online ฟรีอินเทอร์เน็ตครั้งละ 2 ชม ตอนนี้ใช้ได้เฉพาะเบอร์องค์การ และ TT&T


  • Username คือ
    U89$0y)9@totonline.net

    (ยูใหญ่แปด-เก้า-สตริง-ศูนย์-วายเล็ก-วงเล็บปิด-เก้า-แอซไซน์-ทีเล็ก-โอเล็ก-ทีเล็ก-โอเล็ก-เอ็นเล็ก-แอลเล็ก-ไอเล็ก-เอ็นเล็ก-อีเล็ก-ดอต-เอ็นเล็ก-อีเล็ก-ทีเล็ก)

  • Password คือ
    j4**9c+p
    (เจเล็ก-สี่-สตาร์-สตาร์-เก้า-ซีเล็ก-บวก-พีเล็ก)
  • เบอร์โทรศัพท์ที่ใช้ Connect (เบอร์ Dial หรือ Phone number) คือ 1222 
  • Advertisements